|
 |
 |
 |
สืบเนื่องมาจาก ภาวะความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจที่ขยายตัว ประเทศไทยจึงมีการติดต่อซื้อขายสินค้ากับต่างประเทศมากขึ้นเป็นลำดับ ส่งผลให้ธุรกิจผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศได้เข้ามามีบทบาท และมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น การแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการกิจการดังกล่าว จึงเกิดขึ้นตามมา และเป็นไปอย่างไร้ทิศทาง เนื่องจากขาดระเบียบและองค์กรกลางในการควบคุมดูแลให้การประกอบการของผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเหล่านั้น ให้ดำเนินไปอย่างมีมาตรฐาน ดังนั้น จึงมีผู้ประกอบการกลุ่มหนึ่ง ได้มีการพบปะหารือกันถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และมีความเห็นพ้องต้องกันว่า ควรจะมีการรวมตัวกันในหมู่ผู้ประกอบการ เพื่อจัดตั้งสมาคมทางวิชาชีพนี้โดยเฉพาะ อันจะเป็นผลดีและประโยชน์ต่อธุรกิจผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ จากนั้นจึงได้นำเสนอแนวคิดเรื่องที่จะจัดตั้งสมาคมเสนอต่อทางสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งทางสภาหอฯ ก็ให้การสนับสนุนและเห็นด้วย ดังนั้นกลุ่มผู้ประกอบการจึงได้รวบรวมผู้ประกอบการจัดตั้งสมาคมขึ้น โดยจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ และได้รับการอนุญาตให้จัดตั้งอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2530 ตามทะเบียนเลขที่ 196/2530 โดยใช้ชื่อว่า สมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และภาษาอังกฤษว่า Thai International Freight Forwarder Association ใช้ชื่อย่อว่า TIFFA
วัตถุประสงค์ของการก่อตั้งสมาคมฯ เพื่อให้ธุรกิจผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศได้เป็นที่รู้จักสำหรับหน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศให้ได้มาตราฐานทัดเทียมกับนานาประเทศ เพื่อก่อให้เกิดศักยภาพในการแข่งขันทางการค้าและการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ของประเทศไทย
ผลของการดำเนินงานดีขึ้นโดยลำดับ ซึ่งสามารถดูจากจำนวนสมาชิกของ สมาคมฯ ที่เพิ่มขึ้นทุกปี จากเดิมจำนวนสมาชิก 17 รายในปี 2530 ปัจจุบันมีสมาชิก 155 บริษัท การรวมตัวของสมาชิกทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างสมาชิก และข้อมูลส่วนกลางที่สมาคมฯ ได้รับจากหน่วยราชการและนำไปเผยแพร่ต่อบรรดาสมาชิก หรือข้อมูลที่ได้รับจากการที่สมาคมฯ ได้เข้าร่วมประชุมกับหน่วยราชการหลายหน่วยงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา |
|
สมาคมฯ ได้จัดตั้งบริษัท TIFFA Co., Ltd. เพื่อดูแลงานทั้งหมดให้กับสมาคม
พร้อมกันนี้ยังได้เกิดบริษัทในเครือขึ้นทั้งหมดอีก 4 บริษัท คือ
บริษัทในกลุ่ม TIFFA
|
|
| |
|
 |
1. การขนส่งและการค้าระหว่างประเทศ (ITBS) มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาบุคลากรในสาขาวิชาชีพการขนส่งและการค้าระหว่างประเทศ และเพื่อแก้ไขปัญหาการการขาดแคลนบุคลากรในธุรกิจการขนส่ง นับถึงปัจจุบัน ITBS ได้เปิดการอบรมมาแล้วทั้งหมด 37 รุ่น จำนวน 3,000 กว่าคน บุคลากรจำนวนมากที่จบหลักสูตรได้เข้าทำงานในบริษัทต่างๆ ที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ บริษัทเดินเรือ ผู้นำเข้า-ส่งออก หรือภาคเอกชนที่ต้องการบุคลากรทางธุรกิจการขนส่ง |
|
 |
2 .จัดตั้งบริษัท ทิฟฟ่า ไอซีดี จำกัด (TIFFA ICD Co., Ltd) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการบรรจุ และตรวจปล่อยสินค้า ในการส่งออกและนำเข้า ให้กับกลุ่มสมาชิก TIFFA และลูกค้าทั่วๆ ไป ทั้งผู้ทำธุรกิจส่งออกรายเล็ก, รายกลาง และรายใหญ่ อีกทั้งสายเรือต่างๆ ที่ไม่มี ICD (INLAND CONTAINER DEPOT) เป็นของตนเอง หรืออีกนัยหนึ่ง คือ การให้บริการสาธารณะ ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่จะให้ ICD หนึ่งสถานีของการรถไฟฯ ที่ลาดกระบัง เป็นสถานีที่เอื้ออำนวยและให้บริการกับสาธารณะ |
|
 |
3. จัดตั้ง บริษัท ทิฟฟ่า อีดีไอ เซอร์วิสเซส จำกัด (TIFFA EDI Services Co., Ltd.) เกิดขึ้นเพื่อดำเนินกิจการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน รวมถึงการตอบสนอง E-Logistics ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ระบบ E-Logistics ของประเทศไทยเป็นไปอย่างถูกต้องตามมาตรฐานโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านพัฒนาโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับกรมศุลกากร การท่าเรือแห่งประเทศไทย, ท่าเรือแหลมฉบัง, ธุรกิจ Modern Trade, ระบบ RFID ระบบใหม่ที่ทั่วโลกจับตาและกำลังพัฒนาระบบนี้ให้เกิดขึ้น, หรือแม้กระทั่งตลาดของ Mobile ภายใต้ชื่อ Blackberry ที่ตอบรับกระแส Push Mail ที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่นักธุรกิจที่ไม่ต้องการพลาดการติดต่อเพียงปลายนิ้วสำผัส เป็นต้น
บทบาทของ TIFFA EDI นอกจากจะเป็นเชิงธุรกรรมแล้ว ทางบริษัทฯ ยังได้ดำเนินการตามนโยบายของภาครัฐ และให้ความร่วมมือกับภาครัฐหลายโครงการ อาทิเช่น
โครงการ E- Logistics ร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ (ICT)
โครงการ One Stop Services Center ร่วมกับกรมส่งเสริมการส่งออก
โครงการ E-Export ร่วมกับกรมศุลกากร และการท่าเรือแห่งประเทศไทย |
|
 |
4. จัดตั้ง TIFFA Transport เพื่อไว้สำหรับ support สมาชิกของสมาคมเป็นหลัก เนื่องจากการนำรถผ่านเข้าท่าเรือนั้น ทางเจ้าของรถจะต้องมีรถอยู่ในสังกัด ตั้งแต่ 150 คันขึ้นไป ซึ่งเป็นไปได้ยาก ดังนั้น ทางสมาคมจึงทำหน้าที่เป็นตัวแทนโดยจำหน่ายสติกเกอร์ให้กับสมาชิกสมาคม และเรียกเก็บค่าบำรุงรายเดือนกับสมาชิก และ ทำเรื่องการประกันรถให้กับสมาชิก ซึ่งค่าประกันนั้นจะถูกกว่าทั่วไปเนื่องจากทางสมาคมได้เป็นผู้ต่อรองกับบริษัทประกัน ตามปริมาณของรถที่นำมาทำประกัน (จึงทำให้ค่าประกันถูกกว่า) และปัจจุบันนี้ทางสมาคมมีรถอยู่ในสังกัดทั้งหมด 250 คันแล้ว
|
|
 |
 |
|
|
|