เทคโนโลยีที่ใช้ในระบบ e-Seal สำหรับตู้สินค้า
หลักการทำงานของระบบการขนส่งสินค้าอย่างปลอดภัย โดยการใช้ระบบปิดตู้สินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (electronic seal)ปกป้องการขนถ่ายตู้สินค้า เพื่อไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงสิ่งของที่บรรจุภายใน ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงปลายทาง โดยการใช้ e-seal ซึ่งเมื่อนำไปล็อคไว้ที่ประตูตู้สินค้าแล้ว สามารถเช็คสถานะของการขนส่งตู้สินค้าได้ว่าอยู่ที่ใด และหากมีการเปิดตู้ก่อนถึงจุดหมายปลายทาง e-seal ก็จะส่งสัญญาณวิทยุแจ้งเตือนไปยังระบบติดตามตู้สินค้าได้ทันทีอย่างรวดเร็ว
วิธีคุ้มครองตู้สินค้าด้วยระบบ e-seal นั้น ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาหลายวิธี ทั้งเป็นแบบใช้สายและไร้สาย ซึ่งแต่ละระบบมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ในเอกสารรายงานการศึกษาของ USTDA ได้เสนอใช้เทคโนโลยีของ บริษัท Savi Technology ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เรียกว่า ระบบ Transportation Security System (TSS)
ระบบ Transportation Security System (TSS) เป็น web-based continuous monitoring system สำหรับตรวจตราตู้สินค้าที่ล็อคด้วย e-Seal ระบบของ Savi เพื่อให้ทราบตำแหน่งของจุดส่งออก (Point-of-origin) ตลอดทางไปจนถึงจุดหมายปลายทาง (destination) ระบบ TSS ต้องอุปกรณ์หลักสามส่วนคือ
| |
สลักสำหรับล็อกตู้สินค้าโดยมี RFID Tag หรือ e-Seal |
| |
เครื่องอ่าน (Reader) |
| |
เสาสัญญาณ (Signpost) |
โดยการทำงานเริ่มต้นด้วยการปิดผนึกตู้สินค้าด้วย active RFID tag เมื่อตู้สินค้าถูกส่งผ่านไปตามที่ต่างๆเช่น ประตูท่า หรือบนเรือขนส่ง ในแต่ละที่จะมี signpost ที่คอยส่งสัญญาณบอกถึงค่ารหัสเฉพาะของ signpost นั้นๆรวมถึงการส่งสัญญาณเพื่อ update ค่าต่างๆของ tag ซึ่งเมื่อมีการ break-in หรือเมื่อต้องการ monitor สภาพรวมถึงการส่งสัญญาณเพื่อ update ค่าต่างๆของ tag ซึ่งเมื่อมีการ break-in หรือเมื่อต้องการ monitor สภาพปัจจุบันของตู้ tag จะส่งสัญญาณทั้ง รหัสของตัวเอง รหัสของ singpost ที่อยู่ในบริเวณ และ สถานภาพปัจจุบันของตู้ ไปให้ตัวอ่าน (reader) ซึ่งจะทำหน้าที่เชื่อมต่อกับระบบคอมพิวเตอร์กลางผ่านระบบดาวเทียม
การติดต่อระหว่าง signpost กับ tag จะทำงานในระยะไม่เกิน 4 เมตร โดยจะใช้คลื่นความถี่ต่ำ (LF) ย่าน 132 KHz ซึ่งสามารถถ่ายโอนข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพและด้วยความเร็ว ในขณะที่การติดต่อระหว่าง tag กับเครื่องอ่านจะใช้ในย่านความถี่สูงกว่า (433 MHz UHF) ซึ่งมีรัศมีทำการกว้างกว่า คือภายในระยะไม่เกิน 100 เมตร รวมถึงมีความสามารถในการรองรับจำนวน tag ที่ติดต่อพร้อมๆกันได้มากกว่าแม้ภายใต้เงื่อนไขสภาพแวดล้อมที่มีสิ่งรบกวนมาก ซึ่งระบบดังกล่าวทำให้ส่วนกลางสามารถตรวจสอบความปลอดภัย รวมถึง ทำการติดตามความเคลื่อนไหว กำหนดการขนถ่ายสินค้าเข้าออกหรือเปลี่ยนแปลงเส้นทางการเดินทางได้ตลอดเวลา
ประโยชน์จากการใช้ระบบ
ประโยชน์ด้านที่เห็นได้ชัดคือเป็นผลดีต่อระบบความมั่นคงของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางสหรัฐฯ ให้ความสนใจมาก โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน แต่ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ประโยชน์ในเชิงการเงิน Savi/Bearing Point กล่าวถึงการประหยัดงบประมาณจากหลายด้านเช่น
| |
ลดค่าใช้จ่ายทางด้านระบบศุลกากร/ตรวจสอบ |
| |
เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่ง ซึ่งรวมถึง การลดระยะเวลาที่ใช้ และการลดการสูญหายหรือสับเปลี่ยน |
| |
ลดค่าใช้จ่ายด้าน Overhead ต่างๆ เช่น ค่าล่วงเวลาพนักงาน เป็นต้น |
| |
ลดค่าประกัน |
|