1. |
เตรียมข้อมูล Invoice และใบขนสินค้าลงบนโปรแกรมใบขน Ezy Plus ของ TIFFA |
2. |
TIFFA แปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบ XML, ebXML |
3. |
ลงลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) ก่อนส่งไปยังกรมศุลกากร |
4. |
ส่งข้อมูลไปกรมศุลกากร |
5. |
กรมศุลฯ จะตรวจสอบลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ว่าเป็นข้อมูลที่มาจากผู้ส่งจริงก่อน
จากนั้นจึงจะตรวจสอบเนื้อข้อมูลนั้น |
6. |
กรมศุลฯ ตอบกลับ (Response) และให้เลขที่ใบขนกลับมา |
7. |
เตรียมข้อมูลใบเคลื่อนย้ายสินค้า โดยดึงข้อมูลจากโปรแกรม Ezy Plus มาเข้า Goods Control List |
8. |
TIFFA แปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบ XML, ebXML |
9. |
ลงลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ และดำเนินการขั้นตอนเหมือน Invoice และใบขนสินค้า |
10. |
เมื่อกรมศุลตอบกลับมาแล้ว (Accept) ให้พิมพ์ใบเคลื่อนย้ายสินค้าให้คนรถนำไปยื่นที่ SUB GATE |
11. |
นำใบเคลื่อนย้ายสินค้าไปตรวจปล่อย |
|
สามารถเตรียมข้อมูล invoice บนหน้าจอเดียว โดยการคีย์หรือรับข้อมูล Invoice มาจากภายนอกเพื่อ import
เข้าโปรแกรม |
|
ต้องสามารถตรวจสอบสถานะของข้อมูลที่ส่งและรับ จากหน้าจอโปรแกรมได้ |
|
ในกรณีที่ผู้ประกอบการใช้ EDI อยู่ต้องสามารถ Migrate ข้อมูลเข้าสู่ระบบ Paperless Customs ได้ |
|
ควรมีความสามารถในการ export ข้อมูลพื้นฐานต่างๆ เช่น invoice ออกมาในรูปแบบไฟล์ต่างๆ ได้
เช่น Excel file เพื่อนำไปใช้งานต่างๆ ได้ |
|
รองรับการพิมพ์ฟอร์มเอกสารต่างๆ กรณีที่ต้อง print ไปเดินพิธีการแบบ Manual |
|
สามารถพิมพ์ใบแนบต่างๆ ได้อัตโนมัติโดยไม่ต้องเตรียมหรือคีย์ข้อมูลนั้นใหม่ |
|
สำคัญที่สุดของตัวโปรแกรมคือจะต้องสามารถคำนวณได้อย่างแม่นยำตามข้อกำหนดของกรมศุลกากร แม้กระทั่งในระดับจุดทศนิยม |
|
ต้องอำนวยความสะดวกในการ download ข้อมูลจากกรมศุลกากรได้ ยิ่งสามมารถทำจากหน้าจอโปรแกรมได้ยิ่งเป็นการดี เพราะจะช่วยประหยัดเวลา และทำให้user สะดวกในการใช้งาน |
|
ควรแยกฐานข้อมูลสินค้าตามแต่ละบริษัท เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการใช้พิกัดศุลกากร |
|
ควรมีระบบการจัดการฐานข้อมูลให้ผู้ใช้บริการได้เลือก เช่น ACCESS, SQL, ORACLE เป็นต้น |
|
รองรับการลงลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ทั้งในระดับ Sign เอง หรือส่งให้ผู้อนุมัติเป็นผู้ Sign ให้ |