|
|
 |
ฉบับที่ 6/2551 |
ฉบับประจำวันที่ 03 มีนาคม พ.ศ. 2551
สรุปงานเสวนากรมศุลกากรที่ ไบเทค บางนา
|
ด้วยวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2551 ทางกรมศุลกากรได้จัดเสวนาเกี่ยวกับ E-Import ทางเราจึงได้สรุปหัวข้อที่สำคัญนำมาฝากกันค่ะ ดังนี้
- ปิดระบบ EDI ขาเข้าสำหรับด่านบางเสาธง,สมุทรสาคร,ทับยาว ตั้งแต่ 1 มีนาคมเป็นต้นไป
- ปิดระบบ EDI ขาเข้าสำหรับสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2551 เป็นต้นไป สำหรับแหลมฉบัง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2551 เป็นต้นไป
- E-Licensing มีกำหนดการที่จะแล้วเสร็จ ภายในเดือนกันยายน 2551 นี้
- กรมศุลกากรอำนวยความสะดวกโดยเปิดให้ผู้ประกอบการเข้าไปค้นหาพิกัดที่ถูกต้องได้จาก Web site โดยไม่ต้องพึ่งหนังสือพิกัดอีกต่อไป
|
ส่วนรายละเอียดอื่นๆ สำหรับผู้ที่ประสบปัญหาการทำพิธีการศุลกากร ทางกรมฯ ได้ให้คำแนะนำดังนี้
- การย้ายเขตท่ากรณีสินค้าลงที่แหลมฉบัง แต่เมื่อไปรับสินค้าพบว่าสินค้าได้ถูกลากไปลาดกระบังแล้ว กรณีนี้ให้ขอใบรับรองจากเจ้าหน้าที่ของแหลมฉบังเพื่อยืนยันว่าของได้ถูกลากไปลาดกระบังและประกบกับใบคำร้องเพื่อยื่นขอรับของที่ลาดกระบังได้
- กรณีส่งออกสินค้าไปแล้ว พบว่าสินค้าถูกตีกลับ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตามและในขั้นตอนขาออกก็ไม่ได้ระบุ "x" สุทธินำกลับด้วยนั้น กรณีนี้ให้ทำคำร้องแล้วประกบกับใบขนขาออกที่ print จาก software ได้เลย
- กรณีใช้สิทธิประโยชน์ใด และต้องมีการยื่น Form D ให้ทำการเขียนเลขที่ใบขนลงใน form D แล้วสำเนา 1 ชุด พร้อมกับยื่นพร้อมตัวจริงและให้เจ้าหน้าที่ทำการรับรองว่าได้รับตัวจริงไปแล้ว
- ใบอนุญาติสำหรับขาออก สามารถส่งทางไปรษณีย์ได้ หลังจากผ่าน sub Gate ไปแล้ว 15 วันหรือจะยื่นก่อนก็ได้
- ใบอนุญาติสำหรับขาเข้า ต้องส่งก่อนมารับของที่ในเขตท่าเท่านั้น
- กรณีที่ผู้ประกอบการทราบว่าสินค้าของตนต้องโดนเปิดตรวจอยู่แล้ว แต่โรงงานกับที่ตรวจปล่อยอยู่ไกลกันมาก เช่น ของอยู่ที่เชียงใหม่แต่ตรวจปล่อยที่แหลมฉบัง สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ด่านที่ใกล้ที่สุด เพื่อรับไปตรวจของที่โรงงานได้ ก่อนเคลื่อนย้ายไปแหลม
- สำหรับทาง Air กรณี 1 invoice แต่แยกเป็น 2 flight โดยทาง TG กับ BFS จะทำการส่ง manifest 3 ครั้งด้วยกัน โดยครั้งสุดท้ายจะเป็นการแจ้งยอดรวม ซึ่งถือเป็นตัวปิด โดยให้ broker ยึด House AWB ตัวล่าสุด
|
|
 |
|
|
|
 |
 |
|
|
|
|